โรคต้อหิน (Glaucoma) เป็นโรคทางดวงตาที่ถือว่าอันตรายมาก สามารถทำให้สูญเสียการมองเห็นถาวรได้ โรคต้อหินจะไม่แสดงอาการในระยะเริ่มต้น แต่การมองเห็นจะค่อย ๆ แคบลง ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาดได้ แต่ หมออุ๊ย จะบอกว่าโรคต้อหินยังสามารถชะลอการเสื่อมของประสาทตาได้ หากเราดูแลได้ถูกต้อง โดยการควบคุมความดันตา หมออุ๊ย จะแนะนำวิธีง่าย ๆ คือการออกกำลังกาย ซึ่งมีทั้งท่าที่ทำได้และท่าที่ควรหลีกเลี่ยง บทความนี้ หมออุ๊ย มีคำแนะนำดูแลโรคต้อหินง่าย ๆ ด้วย 5 ท่าออกกำลังกาย
โรคต้อหินคืออะไร
โรคต้อหิน (Glaucoma) คือ ภาวะที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของความดันภายในลูกตาหรือเส้นประสาทตา ส่งผลให้เส้นประสาทตาค่อย ๆ ถูกทำลาย หากไม่ได้รับการดูแลที่ดีอาจทำให้สูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร โรคต้อหินมักพบในผู้สูงอายุหรือคนในครอบครัวมีประวัติ โรคต้อหินในระยะแรกจะไม่แสดงอาการที่ชัดเจน แต่ หมออุ๊ย จะแนะนำวิธีสังเกตง่าย ๆ ให้ค่ะ
- มองเห็นภาพแคบลง
- ตามัวโดยไม่ทราบสาเหตุ
- เห็นแสงฟุ้งรอบดวงไฟ
- ปวดตาอย่างรุนแรง
- ตาแดง
- คลื่นไส้ อาเจียน (ในบางกรณี)

โรคต้อหินมองเห็นภาพเป็นแบบไหน
คนที่เป็นโรคต้อหินการมองเห็นจะค่อย ๆ แคบลงจากด้านข้างเข้าสู่ตรงกลาง ภาพรอบข้างจะมืดลงหรือหายไป เหลือเพียงภาพตรงกลางที่ยังชัดเจนในระยะแรก แต่ถ้าไม่รักษาจะค่อย ๆ มัวลงจนตาบอดสนิท หมออุ๊ย อธิบายให้เห็นภาพชัด ๆ ก็คือ ผู้ที่เป็นโรคต้อหินจะมองเห็นภาพเหมือนมองผ่านท่อ มองด้านข้างไม่เห็นต้องอาศัยการหันหน้าไปมา

โรคต้อหินรักษายังไง
อาการของโรคต้อหินคือเส้นประสาทตาจะค่อย ๆ ถูกทำลาย ซึ่งเส้นประสาทตาที่เสียหายไม่สามารถรักษาให้กลับมาเหมือนเดิมได้ ทำได้เพียงควบคุมความดันตาเพื่อชะลอการเสื่อม ซึ่งวิธีคุมโรคต้อหินสามารถทำได้หลายวิธี เช่น
- ยาหยอดตา ช่วยลดความดันตาโดยลดการสร้างน้ำในลูกตา หรือเพิ่มการระบายน้ำ
- เลเซอร์ (Laser) ช่วยเปิดมุมตาให้กว้างขึ้นเพื่อช่วยระบายน้ำในลูกตา
- การผ่าตัด (Surgery) วิธีนี้หมอจะแนะนำเมื่อการใช้ยาหยอดตาหรือเลเซอร์ไม่สามารถควบคุมความดันตาได้แล้ว เป็นการผ่าตัดเพื่อทำทางระบายน้ำใหม่ให้ดวงตา
การออกกำลังกายช่วยรักษาโรคต้อหินได้จริงหรือไม่
อย่างที่ หมออุ๊ย บอกไปตอนต้นค่ะ เส้นประสาทตาที่เสียหายไม่มีวิธีไหนทำให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ เพราะฉะนั้นโรคต้อหินจึงไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมความดันลูกตาเพื่อชะลอความเสื่อมได้ ช่วยยืดเวลาในการมองเห็น ซึ่งการออกกำลังกายจะช่วยส่งเสริมการไหลเวียนเลือดและอาจมีส่วนช่วยลดความดันตาได้ แต่ต้องเลือกออกกำลังกายให้ถูกวิธีไม่งั้นอาจจะกลายเป็นความดันตาสูงขึ้นแทนค่ะ
5 ท่าออกกำลังกายที่ช่วยลดความเสี่ยงโรคต้อหิน
การออกกำลังกายที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคต้อหินต้องเน้นเรื่องของการไหลเวียนของเลือดลม ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้นในระดับที่เหมาะสม เช่น

- การออกกำลังกายแบบแอโรบิค (AEROBIC EXERCISE)
การออกกำลังกายแบบแอโรบิคสามารถทำได้หลายรูปแบบ เช่น การเดินเร็วหรือวิ่งช่วยให้เลือดลมไหลเวียนได้ดี เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ และอาจมีส่วนช่วยลดความดันตา หมออุ๊ย แนะนำว่าควรทำอย่างน้อย 30-45 นาทีต่อครั้งและ 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ - ว่ายน้ำ
การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายรูปแบบเดียวกับแอโรบิคช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ แต่ต้องระวังเรื่องของการเลือกแว่นตาว่ายน้ำไม่ควรเล็กเกินไปจนกดบริเวณดวงตา - ออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง (WEIGHT TRAINING)
การยกน้ำหนักหรือออกแรงต้านน้ำหนักตัวเองก็ช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจได้เช่นกัน แต่ผู้ป่วยโรคต้อหินต้องระวังไม่เบ่งแรง ๆ หรือกลั้นหายใจเพราะอาจจะทำให้ความดันตาสูงขึ้นแทน - ปั่นจักรยาน
การออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยานจะช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการให้มีแรงกระแทก เช่น ผู้ที่มีน้ำหนักเยอะ ข้อควรระวังคืออย่าก้มศีรษะเวลาปั่นจักรยาน - โยคะ
หลายคนอาจจะมองว่าเป็นการออกกำลังกายที่เสี่ยงสำหรับผู้ที่เป็นโรคต้อหิน แต่ หมออุ๊ย จะบอกว่าจริง ๆ แล้วสามารถทำได้นะคะ แต่ต้องหลีกเลี่ยงท่าที่ศีรษะต่ำกว่าหัวใจ เช่น ท่าก้มตัวหรือท่ากลับหัว เพราะอาจทำให้ความดันตาเพิ่มขึ้นและส่งผลให้โรคต้อหินแย่ลง การออกกำลังกายด้วยวิธีโยคะยังสามารถช่วยลดความเครียดได้อีกด้วย
ท่าออกกำลังกายที่ควรเลี่ยงสำหรับผู้เสี่ยงโรคต้อหิน
ถึงแม้การออกกำลังกายจะช่วยชะลอการดำเนินของโรคต้อหินได้ แต่ก็ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก เพราะถ้าเราเลือกออกกำลังกายผิดท่าหรือผิดวิธี เช่น การออกกำลังกายที่มีการกลั้นหายใจ ระหว่างกลั้นหายใจจะทำให้ความดันตาสูงขึ้น ขั้วประสาทตาจะยิ่งถูกทำลายเร็วขึ้น ต้องระวังไม่ก้มศีรษะต่ำหรือกดศีรษะเพราะจะทำให้ความดันตาสูงขึ้นเช่นกัน
โรคต้อหินป้องกันอย่างไร
- หลีกเลี่ยงความเครียดสะสม เพราะความเครียดมีโอกาสเสี่ยงที่จะทำให้ความดันตาเพิ่มขึ้น หมออุ๊ย แนะนำให้ออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่ช่วยให้ผ่อนคลาย
- ใส่แว่นป้องกันแสง UV เมื่อออกกลางแจ้ง เพราะแสง UV สามารถทำร้ายดวงตาของเราได้ แว่นกันแดดจึงสำคัญมากเวลาเราต้องอยู่กลางแจ้ง ควรเลือกแว่นและเลนส์ที่ได้มาตรฐานช่วยป้องกันแสงแดดและแสง UV ได้จริง
- พักสายตาจากหน้าจอเป็นระยะ การใช้สายตาหน้าจออุปกรณ์ดิจิทัลอาจทำให้เราเผลอเพ่งสายตาโดยไม่รู้ตัวทำให้เกิดความล้าทางสายตา เราจึงควรพักสายตาเป็นระยะ โดยวิธีง่าย ๆ กฎ 20-20-20 (อ่านเพิ่มเติม: กฎ 20-20-20 คลิก)
- ตรวจสุขภาพดวงตาเป็นประจำ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
สรุป
โรคต้อหินเกิดจากความผิดปกติของเส้นประสาทตาที่สัมพันธ์กับความดันตา ส่งผลให้การมองเห็นลดลงเรื่อย ๆ หากดูแลไม่เหมาะสมอาจทำให้สูญเสียการมองเห็นถาวรได้ แม้โรคต้อหินจะไม่สามารถรักษาให้หายได้ แต่สามารถชะลออาการของโรคได้ การออกกำลังกายถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพโดยรวมและอาจมีส่วนช่วยควบคุมความดันตาได้ แต่ต้องเลือกการออกกำลังกายที่เหมาะสม และหลีกเลี่ยงท่าที่เพิ่มแรงดันในร่างกาย เช่น การก้มศีรษะต่ำหรือการกลั้นหายใจ รวมถึงควรตรวจสุขภาพตาเป็นประจำทุกปี
