สายตาสั้นไม่เท่ากัน(Anisometropia) เป็นเรื่องที่หลายคนมาถามกับ หมออุ๊ยบ่อยมากว่ามันแปลกไหม เป็นไปได้หรือไม่ หรือเกิดจากอะไร หมออุ๊ย ต้องบอกก่อนว่าสายตาสั้นไม่เท่ากันสามารถเกิดขึ้นได้จริง หลายคนใช้ชีวิตได้ปกติโดยไม่รู้ตัวว่ามีปัญหานี้อยู่ ภาวะสายตาสั้นไม่เท่ากัน พูดง่ายๆก็คือดวงตาทั้งสองข้างมีค่าสายตาไม่เท่ากัน ทำให้เวลามอง สมองต้องพยายามปรับภาพให้เข้ากันตลอดเวลา แต่มันเกิดขึ้นได้อย่างไร พฤติกรรมแบบไหนที่ทำให้เราสายตาสั้นไม่เท่ากัน บทความนี้ หมออุ๊ย จะมาเฉลยให้ทุกคนได้ทราบค่ะ
สายตาสั้นไม่เท่ากัน คืออะไร?
สายตาสั้นไม่เท่ากัน เป็นภาวะที่พบได้บ่อย คือตาทั้งสองข้างมองภาพและเห็นถึงความคมชัดไม่เท่ากัน เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น พฤติกรรมการใช้สายตา พันธุกรรม ความโค้งกระจกตา หรืออายุที่มากขึ้น โดยค่าสายตาที่ต่างกันทำให้สมองต้องพยายามปรับภาพให้เข้ากันอยู่ตลอดเวลา ในวัยผู้ใหญ่อาจทำเกิดอาการภาพเบลอ ภาพซ้อน หรือปวดหัวแต่ถ้าเป็นวัยเด็กอาจนำไปสู่โรคตาขี้เกียจได้ (อ่านเพิ่มเติม Drouise-eyeclinic: ตาขี้เกียจ คืออะไร? แนะวิธีป้องกันก่อนสายเกินแก้! )

สายตาสั้นไม่เท่ากัน คืออะไร?
อย่างที่ หมออุ๊ย อธิบายไปข้างต้นค่ะ สายตาสั้นไม่เท่ากันเกิดได้จากหลายสาเหตุตั้งแต่พฤติกรรมการใช้สายตาของเราไปจนถึงพันธุกรรม
- สายตาสั้นไม่เท่ากันจากพันธุกรรม เกิดจากความโค้งของกระจกตาผิดปกติตั้งแต่เกิด ทำให้มีค่าสายตาต่างกัน
- สายตาสั้นไม่เท่ากันจากพฤติกรรม เช่น การอ่านหนังสือใกล้เกินไป การใช้สายตาหนักข้างเดียวหรือใช้สายตาจ้องหน้าจอโทรศัพท์ข้างเดียวเป็นประจำ
- สายตาสั้นจากความเสื่อมของดวงตา เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นกล้ามเนื้อตาของเราจะทำงานลดลงทำให้การมองเห็นไม่เท่ากันทั้งสองข้าง

สายตาสั้นไม่เท่ากัน ปกติไหม?
จริงๆแล้ว ภาวะสายตาสั้นไม่เท่ากันเป็นเรื่องที่หมออุ๊ย พบบ่อยมากค่ะ โดยเฉพาะสายตาสั้นไม่เท่ากันจากพฤติกรรมใช้สายตาข้างเดียวหนักเกินไป เพราะฉะนั้นการที่เรามีค่าสายตาสั้น 2 ข้างไม่เท่ากันจึงเป็นเรื่องปกติที่พบได้ทั่วไป ไม่ได้เป็นอันตรายแต่ถ้าค่าสายตาต่างกันมาก เช่น เกิน 2.00-2.50 D อาจทำให้เกิดอาการเวียนหัว ภาพบิดเบือนหรือถ้าพบในวัยเด็กอาจทำให้เกิดโรคตาขี้เกียจได้
5 พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิด สายตาสั้นไม่เท่ากัน
- นอนเล่นโทรศัพท์มือถือ เป็นท่าทางที่สายตาแต่ละข้างได้รับแสงและความเข้มข้นไม่เท่ากัน
- อ่านหนังสือหรือจ้างหน้าจอใกล้เกินไปพฤติกรรมนี้ทำให้กล้ามเนื้อตาทำงานหนักเกินความจำเป็น ส่งผลให้สายตาสั้นเพิ่มขึ้นแบบไม่เท่ากัน
- ใช้สายตาหนักในที่มืดการจ้องมองวัตถุในที่มืด หรือสภาพแสงไม่เพียงพอ เช่น การอ่านหนังสือ จ้องหน้าจอในห้องที่แสงน้อย ทำให้ดวงตาต้องเพ่งหนักเกินไป
- ใส่แว่นไม่ตรงค่าสายตา การใช้แว่นตาที่ไม่มีคุณภาพ ค่าสายตาไม่ตรงกับความเป็นจริง ทำให้กาโฟกัสภาพของดวงตาแต่ละข้างไม่เท่ากัน ส่งผลให้ค่าสายตาไม่เท่ากัน ซึ่ง หมออุ๊ย ขอแนะนำให้มาทำการตรวจวัดสายตาที่ร้าน THE NEXT เพื่อให้ได้แว่นตาที่มีคุณภาพ มีเครื่องมือทันสมัยช่วยให้ค่าสายตามีความแม่นยำ มีกรอบแว่นให้เลือกหลาย สามารถแวะเข้ามาดูได้ที่ร้านแว่น THE NEXT ทั้ง 33 สาขาบนห้องชั้นนำ
- ขยี้ตาหรือเกิดอุบัติเหตุที่ดวงตา การขยี้ตาข้างเดิมบ่อยๆ หรือเกิดอุบัติเหตุที่ส่งผลกระทบต่อดวงตาเพียงข้างเดียว ทำให้โครงสร้างตาเปลี่ยน อาจเกิดภาวะตาสั้นไม่เท่า

สายตาสั้นไม่เท่ากันรักษายังไง
- แว่นสายตา เป็นเรื่องที่หมออุ๊ยถูกถามบ่อยมากเลยค่ะ ถ้าเราสายตาสั้นไม่เท่ากัน ต้องตัดแว่นยังไง หมออุ๊ย จะบอกว่าจริงๆแล้วการสวมแว่นเป็นวิธีรักษาภาวะสายตาสั้นไม่เท่ากันได้ง่ายและปลอดภัยที่สุด เราสามารถเลือกเลนส์ที่ออกแบบเฉพาะบุคคลได้ อย่างเช่น เลนส์โปรเกรสซีฟ ที่สามารถแก้ปัญหาค่าสายตาที่หลากหลายได้ ทำให้เรามองเห็นชัดทุกระยะในเลนส์เดียว
- คอนแทคเลนส์ (Contact Lenses) คอนแทคเลนส์ถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยแก้ปัญหาสายตาสั้นไม่เท่ากันที่ได้รับความนิยม แต่ก็จะเกิดคำถามตามมาว่า แค่เราซื้อคอนแทคเลนส์ มา 2 คู่ ต่างค่าสายตากัน ใส่คนละข้างสามารถแก้ไขได้จริงหรือไม่ หมออุ๊ย จะบอกว่าสามารถทำได้ค่ะ แต่การที่เราจะคาดการณ์ค่าสายตาที่ต่างกันได้ถูกต้องเป็นเรื่องที่ทำด้วยตัวเองยากมากค่ะ ถ้าเราใส่ไม่ถูกต้องก็อาจทำให้เกิดอาการปวดตา ตาล้าหรืออันตรายกว่านั้นได้ ดังนั้น การใช้คอนแทคเลนส์แก้ปัญหาสายตาสั้นไม่เท่ากัน ควรได้รับคำปรึกษาจากจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งสามารถมาพบ หมออุ๊ย ได้ที่ร้าน THE NEXT โดยสามารถนัดหมายล่วงหน้าได้ที่ FACEBOOK หรือ Line @Thenextoptical
- เลสิก (LASIK) การทำเลสิก (LASIK) เป็นการแก้ไขปัญหาสายตาสั้นได้ในระยะยาว การผ่าตัดจะช่วยปรับความโค้งของกระจกตา ทำให้ค่าสายตาของทั้งสองข้างใกล้เคียงกันมากขึ้น แต่มีราคาค่อนข้างสูง และการผ่าตัดเลสิกมีหลายรูปแบบ ต้องให้จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ประเมินให้ว่าเราเหมาะที่จะทำหรือไม่
สรุป
สายตาสั้นไม่เท่ากันเป็นภาวะที่พบได้บ่อย ไม่เป็นอันตราย แต่ไม่ควรปล่อยไว้หรือแก้ไขแบบผิดวิธี เพราะอาจทำให้ ปวดตา ตาล้า ปวดหัว โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่อาจนำไปสู่ภาวะตาขี้เกียจได้ สิ่งสำคัญที่หมออุ๊ย อยากแนะนำคือ เราต้องได้รับการตรวจวัดสายตา และแก้ไขด้วยวิธีที่เหมาะสม เช่น การสวมแว่นตาที่ออกแบบเฉพาะบุคคล เลนส์โปรเกรสซีฟ หรือ ถ้าเลือกใส่คอนแทคเลนส์ ก็ควรได้รับคำแนะนำจากจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยสามารถมาพบ หมออุ๊ย ที่ร้าน THE NEXT เพื่อรับคำปรึกษาได้เลยค่ะ
