เจอแดดแล้วแสบตา ตาไม่สู้แสง วิธีแก้แบบง่ายๆ ที่ทำได้ทันที

เจอแดดแล้วแสบตา ตาไม่สู้แสง

อาการตาไม่สู้แสง(Photophobia) หลายคนอาจคิดว่าไม่มีอะไรน่ากังวล แต่หมออุ๊ย อยากบอกว่าหากใครมีอาการแสบตาเมื่อเจอแสงแดด หรี่ตาบ่อย อย่าเพิ่งวางใจ อาการเหล่านี้มักถูกเรียกว่า ตาไม่สู้แสง หรือ ตาไวต่อแสง ซึ่งเกิดได้จากสาเหตุ และอาจนำไปสู่โรคทางดวงตาที่อันตรายมากกว่าที่เราคิด อาการตาไม่สู้แสง จำเป็นต้องได้รับการรักษาหรือมีวิธีรักษาที่ถูกต้อง แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าอาการตาไม่สู้แสงที่เราเป็นอันตรายแค่ไหน บทความนี้ หมออุ๊ย จะพาไปทำความรู้จักภาวะนี้ให้มากขึ้น พร้อมแนะนำวิธีแก้แบบง่ายๆที่ทำได้ทันที

ตาไม่สู้แสง คืออะไร

Photophobia สามารถเรียกได้หลายแบบ เช่น ตาไม่สู้แสง ตาไวต่อแสง ตาแพ้แสง คือภาวะที่ดวงตาไวต่อแสงมากกว่าปกติทำให้เกิดอาการแสบตา เคืองตา น้ำตาไหล ปวดตา ปวดหัว หรี่ตาบ่อย อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของโรคตาที่แฝงอยู่ อาการตาไม่สู้แสงเกิดได้จากหลายสาเหตุทั้งพฤติกรรมการใช้สายตาไปจนถึงโรคประจำตัว หากมีอาการตาไม่สู้แสงพร้อมอาการอื่นๆร่วมด้วย ควรได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง

ตาไม่สู้แสง เกิดจากอะไร

อย่างที่ หมออุ๊ย บอกไปข้างต้นว่าอาการตาไม่สู้แสงเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ โดยเฉพาะเรื่องของพฤติกรรมการใช้สายตา ซึ่งปัจจุบัน หมออุ๊ย พบว่าคนมีอาการตาไม่สู้แสงเยอะขึ้นมากเนื่องจากหลายคนต้องทำงานอยู่หน้าจออุปกรณ์ดิจิตัลเป็นเวลานาน สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการตาไม่สู้แสง เช่น

  • ตาแห้งเพราะจ้องหน้าจอนาน เป็นสาเหตุที่พบบ่อยการใช้อุปกรณ์ดิจิตัลเป็นเวลานานโดยไม่ได้พักสายตาจะทำให้เกิดภาวะตาแห้ง เมื่อดวงตาขาดความชุ่มชื้นจะไวต่อแสงมากขึ้น ทำให้รู้สึกแสบตาเมื่อออกแดด
  • ตาแห้งเพราะใส่คอนแทคเลนส์นานหรือใส่คอนแทคเลนส์ไม่เหมาะสม การสวมคอนแทคเลนส์ควรคำนึงถึงความสะอาดเป็นอย่างมาก หมออุ๊ย แนะนำว่าไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์นานเกิน 8 ชั่วโมง และควรเลือกคอนแทคเลนส์ให้มีขนาดที่เหมาะสมกับดวงตา ซึ่งสามารถมาตรวจเช็กได้ว่าคอนแทคเลนส์ที่ขนาดไหนเหมาะกับคุณได้ที่ ร้าน THE NEXT สาขา Central world, Future Park, Fashion island และ Emquartier เท่านั้น
  • การอักเสบหรือติดเชื้อในตา เชื้อบางชนิดอาจส่งผลให้ดวงตาไวต่อแสงมากขึ้น เช่น กระจกตาอักเสบ ม่านตาอักเสบ 
  • โรคทางดวงตา เช่น ตาบอดสี ต้อลม ต้อเนื้อ ต้อกระจก
  • โรคประจำตัว โดยเฉพาะไมเกรน
  • การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาหยอดตาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์
  • การขาดวิตามิน หากร่างกายขาดวิตามินเอ (Vitamin A) อาจทำให้เซลล์รับแสงผิดปกติทำให้มีภาวะตาแห้ง (อ่านเพิ่มเติม 5 เมนู คู่แท้สุขภาพสายตา ที่กินแล้วบำรุงได้จริง จากคลินิกตา Dr.Ouise Eye Clinic)
  • ภาวะหลังผ่าตัด เช่น การผ่าตัดแก้ไขสายตา (LASIK)

ตาไม่สู้แสง อันตรายแค่ไหน

จริงๆแล้วอาการตาไม่สู้แสงสามารถรักษาให้หายได้แต่ต้องขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการดวงตาไวต่อแสง หากเกิดจากการอักเสบหรือติดเชื้อเมื่อรักษาหรือปรับพฤติกรรมให้ถูกต้อง อาการตาไม่สู้แสงก็จะหายไปเอง แต่หากเกิดจากโรคทางดวงตารุนแรง เช่น ต้อลม ต้อกระจก ต้องทำตามคำแนะนำของจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประคับประคองอาการ อาการตาไม่สู้แสงหากรู้ตัวเร็วก็สามารถรักษาได้และไม่เป็นอันตรายต่อดวงตาเรา

ตาไม่สู้แสง วิธีแก้แบบง่ายๆ

  1. ใช้ยาหยอดตา เช่น การหยอดยาเป็นวิธีรักษาอาการตาไม่สู้แสงได้ เช่น ยาลดการอักเสบ ยาแก้แพ้ หรือน้ำตาเทียม หากเกิดจากภาวะตาแห้ง แต่การใช้ยาหยอดตาควรได้รับคำแนะนำจากจักษุแพทย์
  2. พักสายตาจากอุปกรณ์ดิจิตัล การใช้อุปกรณ์ดิจิตัลเป็นเวลานานทำให้เกิดภาวะตาแห้งและนำไปสู่อาการดวงตาไวต่อแสง เราควรพักสายตาทุกๆ 20 นาที 
  3. สวมแว่นตา วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการถนอมดวงตาของเรา 
  • แว่นกันแดด การสวมแว่นกันแดดเวลาที่ต้องออกไปข้างนอกเป็นอีกวิธีที่ช่วยถนอมดวงตาของเรา โดยต้องมั่นใจว่าแว่นที่เราเลือกสามารถป้องกันแสง UV ได้จริง (อ่านเพิ่มเติม แว่นตากันแดด กัน UV ได้ไหม? พร้อมวิธีเช็กจากหมอตา)
  • แว่นสายตา สำหรับผู้ที่มีปัญหาค่าสายตาสามารถเลือกชนิดเลนส์ที่ช่วยในการป้องกันแสงจ้าได้

เลนส์ออโต้ Transition Gen S

หรือ Photochromic Lens เป็นเลนส์ที่สามารถเปลี่ยนสีได้เมื่ออยู่กลางแจ้งและกลับมาเป็นเลนส์ใสได้เมื่ออยู่ในอาคาร

เลนส์กรองแสงสีฟ้า (Blue Lens)

เป็นเลนส์ที่ช่วยกรองแสงสีฟ้าจากหน้าจออุปกรณ์ดิจิตัล เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องใช้สายตาหน้าจอเป็นเวลานาน

  1. ตรวจสุขภาพดวงตาเป็นประจำ หมออุ๊ย แนะนำว่าเราควรตรวจดวงตาอย่างน้อยปีละ 1ครั้ง เพราะถ้าเรารู้ถึงความผิดปกติได้เร็วก็สามารถรักษาได้ทัน

ตาไม่สู้แสงแบบไหนควรพบแพทย์

หมออุ๊ย แนะนำว่าถ้ามีอาการตาไม่สู้แสงเป็นเวลานานกว่า 2-3 วัน หรือมีอาการุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เช่น ไม่สามารถสู้แสงได้แม้จะเป็นเพียงแสงในอาการ หรือหากมีอาการตาไม่สู้แสงโดยไม่มีอาการตาแดง ปวดตา เคืองตา มีน้ำตาไหล ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุโดยด่วน เพราะอาจะมีโรคตาอื่นๆแฝง การตรวจได้ทันท่วงทีทำให้สามารถรักษาได้เร็ว แนะนำให้มาหา หมออุ๊ย และทีมที่ร้าน THE NEXT ได้เลยเพราะเราสามารถช่วยตรวจโรคทางดวงตารวมถึงการวัดค่าสายตาไปพร้อมกันได้ โดยสามารถมาได้ที่ร้าน THE NEXT กว่า 30 สาขา บนห้างชั้นนำ (ดูสาขาเพิ่มเติมคลิก)

สรุป

ตาไม่สู้แสง เป็นภาวะดวงตาไวต่อแสงผิดปกติ อาจทำให้ปวดตา เคืองตา น้ำตาไหลตลอดเวลาได้ ตาไม่สู้แสงเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การจ้องหน้าจอนานเกินไปโดยไม่พักสายตา ดวงตาอักเสบหรือติดเชื้อ โรคประจำตัวโดยเฉพาะไมเกรน หรือโรคตาอื่นๆ อาการนี้สามารถรักษาได้ถ้าเรารู้สาเหตุ และมีวิธีแก้ง่ายๆ โดยการสวมแว่นตาป้องกันดวงตาจากแสงจ้าหรือแสงสีฟ้า และหากต้องจ้องหน้าจอเป็นเวลานานควรพักสายตาทุก 20 นาที แต่ถ้าคุณมีอาการตาไม่สู้แสงต่อเนื่องนานกว่า 2-3 วัน หรือมีอาการตาไม่สู้แสง แต่ไม่ได้มีอาการตาแดง เจ็บตา เคืองตา แนะนำว่าให้พบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยว่ามีโรคตาแฝงหรือไม่ เพราะหากเราตรวจเจอได้เร็วก็จะสามารถรักษาได้ทัน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ตาไม่สู้แสง ขาดวิตามินอะไร?

วิตามินเอ (Vitamin A) ทำให้เซลล์รับแสงผิดปกติทำให้มีภาวะตาแห้ง

ตาไม่สู้แสง เป็นโรคร้ายแรงได้ไหม?

เป็นได้ เช่น ม่านตาอักเสบ ต้อหิน ต้อเนื้อ ต้อกระจก

แสบตา น้ำตาไหลตอนเจอแสง ควรพบแพทย์ไหม?

หากมีอาการต่อเนื่องและรุนแรงขึ้นควรพบแพทย์เพื่อให้รักษาได้ทัน

ตาไม่สู้แสง หายได้ไหม?

หายได้หากมีสาเหตุมาจากการอักเสบ ตาแห้ง
สอบถามผ่าน LINE

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า