ไขข้อสงสัย น้ำตาเทียม ใช้บ่อยๆอาจเป็นอันตราย? วิธีเลือกอย่างไรให้ปลอดภัย

น้ำตาเทียม(Artificial Tears) ไอเท็มประจำตัวของใครหลายคนในยุคนี้ ที่ต้องใช้เวลาอยู่หน้าจออุปกรณ์ดิจิทัลนานๆ เป็นประจำ ทำให้เกิดปัญหาอาการตาล้า ตาแห้ง เคืองตา ทำให้ตอนนี้หากค้นกระเป๋าของคนหลายคนจะต้องเจอ น้ำตาเทียมอยู่ในนั้นแน่นอน แต่คุณรู้ได้อย่างไรว่า น้ำตาเทียม แบบไหนที่เหมาะกับเราใช้แล้วปลอดภัยต่อดวงตา แล้วปริมาณกับความถี่ในการหยอดต้องมากน้อยแค่ไหน บทความนี้ หมออุ๊ย มีคำแนะนำมาให้ทุกคนได้คลายความสงสัย และใช้น้ำตาเทียมได้อย่างปลอดภัยต่อดวงตา

น้ำตาเทียมคืออะไร?

น้ำตาเทียม (Artificial Tears) คือสารหล่อลื่นชนิดหยดที่ออกแบบมาเพื่อทดแทนน้ำตาธรรมชาติ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวกระจกตา ลดอาการแห้ง เคือง แสบ หรือระคายตา โดยทั่วไปมีลักษณะเป็นน้ำหรือเจลใส ไม่มียา ไม่ใช่สเตียรอยด์ แต่เป็นสารหล่อลื่นที่จำลองคุณสมบัติของน้ำตาปกติให้ใกล้เคียงที่สุด

ภาพคนหยอดน้ำตาเทียม

ประโยชน์หลักของน้ำตาเทียม

  • เพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตา
  • ลดการเสียดสีระหว่างเปลือกตาและกระจกตา
  • เสริมชั้นฟิล์มน้ำตาให้เสถียร
  • บรรเทาอาการล้าและตาแห้งจากการใช้หน้าจอ (อ่านเพิ่มเติม Drouise-eyeclinicdrouise-eyeclinic.com/blog 4739/โรคตาแห้ง-มีวิธีรักษาอะไรบ้างคืนความชุ่มชื้นให้กับดวงตา)

น้ำตาเทียมมีกี่แบบ?

หลักๆน้ำตาเทียมที่เราเห็นกันบ่อยๆจะมี 3 แบบ หมออุ๊ย คิดว่าถ้าเราเข้าใจคุณสมบัติแต่ละชนิดก็จะทำให้สามารถเลือกได้ง่ายขึ้นค่ะ

1. น้ำตาเทียมชนิดสารละลาย (solutions)

มีลักษณะเป็นน้ำใสๆ เป็นแบบที่พบได้ทั่วไป หาซื้อได้ง่าย ให้ความชุ่มชื้นในระยะเวลาสั้นๆ มี 2 ประเภท คือ

  • มีสารกันเสีย จะใช้ได้นานหลังเปิดขวดประมาณ 1 เดือน ราคาถูกกว่า แต่สารกันเสียอาจทำให้ระคายเคืองตาในบางคน
  • ไม่มีสารกันเสีย ใช้ครั้งเดียวหมด มีอายุประมาณ 24 ชั่วโมงหลังเปิดขวด

น้ำตาเทียมชนิดนี้เหมาะสำหรับ ผู้ที่มีอาการตาแห้งเล็กน้อย ผู้ที่ต้องนั่งอยู่หน้าจออุปกรณ์ดิจิทัลนานๆ หรือผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์(Contact Lenses) เป็นประจำ

2. น้ำตาเทียมแบบเจล (Gel)

มีความหนืดข้นกว่าแบบทั่วไป ช่วยเคลือบตาได้นานขึ้น ใช้เวลากลางคืนก่อนนอน เพื่อให้ความชุ่มชื้นยาวนานขึ้น เหมาะกับผู้ที่มีภาวะตาแห้งระดับปานกลางถึงมาก ไม่เหมาะกับผู้ที่ใช้คอนแทคเลนส์

3. น้ำตาเทียมแบบขี้ผึ้ง (Ointment)

เป็นชนิดที่มีความหนืดและเข้มข้นที่สุด สามารถเคลือบดวงตาได้ยาวนานแต่ภาพอาจมัวหลังหยอดในช่วงแรกๆ ควรใช้ก่อนนอนเพื่อเคลือบตาป้องกันตาแห้งตอนเช้า เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะตาแห้งรุนแรง

วิธีเลือกน้ำตาเทียมให้เหมาะกับตัวเอง

หมออุ๊ย แนะนำว่าการเลือกน้ำตาเทียมดูจากระดับความแห้งของตาและความถี่ รวมถึงการใช้ชีวิตประจำวันว่าเหมาะกับแบบไหน เพราะการเลือกน้ำตาเทียมผิดชนิด บางครั้งอาจไม่ช่วยให้อาการดีขึ้น ถ้าไม่มั่นใจสามารถมาหา หมออุ๊ย ได้ที่ร้าน THE NEXT เพื่อตรวจวินิจฉัยสุขภาพดวงตาและรับคำแนะนำในการดูแลรักษา (หมอตาใกล้ฉัน Thenextopticalหมอตาใกล้ฉัน นัดตรวจตากับร้านแว่นตาที่มีจักษุแพทย์ THE NEXT )

  1. ใช้คอมพิวเตอร์ทั้งวัน เหมาะกับแบบน้ำ solutions ช่วยลดตาล้าและเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตา หมออุ๊ยแนะนำให้หยอดทุก 2–3 ชั่วโมง
  2. ตาแห้งมากจนรู้สึกแสบรู้สึกเหมือนมีฝุ่นในดวงตาบ่อยๆ หมออุ๊ยแนะนำแบบเจล เพราะสามารถเคลือบดวงตาได้นานมากกว่า (อ่านเพิ่มเติม)
  3. ใส่คอนแทคเลนส์บ่อย สามารถใช้แบบน้ำหยอดเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตาในขณะสวมคอนแทคเลนส์ได้ ควรหยอดทุกๆ 2–3 ชั่วโมง หมออุ๊ยขอแนะนำเพิ่มเติม เราไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์เกินกว่า 8 ชั่วโมง และต้องดูแลความสะอาดให้ดีด้วยนะคะ (อ่านเพิ่มเติม Thenextopticalใส่คอนแทคเลนส์แล้วตามัว เกิดจากอะไร? ป้องกันปัญหาตามัวยังไงบ้าง )
  4. ผ่าตัดต้อกระจก ทำเลสิคหรือรักษาตาอื่นๆ ต้องใช้แบบไม่มีสารกันเสีย เพื่อไม่ให้เกิดการระคายเคืองเพิ่ม สูตรแบบหลอดเดี่ยวจะปลอดภัยที่สุด

(อินโฟกราฟ น้ำตาเทียมแบบไหนเหมาะกับใคร 1.จ้องจอนาน ใส่คอนแทคเลนส์บ่อย ใช้แบบน้ำ 2.ตาแห้งรุนแรง ใช้แบบเจลหรือขี้ผึ้ง 3.ทำเลสิคหรือรักษาโรคตา ใช้แบบน้ำที่ไม่มีสารกันเสีย )

น้ำตาเทียมหยอดบ่อยๆ อันตรายไหม?

หมออุ๊ย ตอบได้เลยว่า ไม่อันตราย เพราะน้ำตาเทียมออกแบบมาเพื่อเลียนแบบน้ำตาธรรมชาติ ไม่ใช่ยาและไม่ใช่สเตียรอยด์ เราสามารถใช้บรรเทาอาการตาแห้งได้บ่อยตามต้องการ แต่ก็ต้องระวังหากคุณใช้น้ำตาเทียมแบบที่มีสารกันเสีย หากใช้บ่อยอาจเกิดอาการระคายเคืองได้ ส่วนผู้ที่มีปัญหาสุขภาพตา ควรปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อให้ได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องในการเลือกใช้น้ำตาเทียม

แนะวิธีใช้น้ำตาเทียมให้ปลอดภัยและเห็นผล

  1. ล้างมือให้สะอาดก่อนหยอดทุกครั้งเพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าตาโดยไม่ตั้งใจ
  2. อย่าให้ปากหลอดสัมผัสตาเพราะเสี่ยงปนเปื้อนเชื้อโรค
  3. หยอด 1–2 หยดต่อข้างก็เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องหยอดเยอะ เพราะตาจะขับส่วนเกินออกอยู่ดี
  4. เขย่าก่อนใช้ บางสูตรมีความเข้มข้น ต้องเขย่าเพื่อให้สารกระจายตัว
  5. เก็บน้ำตาเทียมในอุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแดดจัด ความร้อน หรือการเก็บไว้ในรถ
  6. หากมีอาการบาดเจ็บที่ดวงตา นอกจากน้ำตาเทียมแล้วหมออุ๊ยแนะนำว่า ควรมีแว่นตาเพื่อช่วยป้องกันฝุ่นหรือสิ่งแปลกปลอมเข้าดวงตา โดยสามารถมาเลือกแว่นที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ได้ที่ร้านแว่น THE NEXT เรามีแว่นตาหลากหลายแบบให้คุณได้เลือกและลอง
  7. ตรวจสุขภาพตาเป็นประจำปีละ 1 ครั้ง (อ่านเพิ่มเติม Drouise-eyeclinicdrouise-eyeclinic.com/blog 8098/the-importance-of-eye-examinations )

สรุป

น้ำตาเทียมเป็นตัวช่วยที่ปลอดภัยและสำคัญมากสำหรับคนยุคดิจิทัล เราควรเลือกให้เหมาะกับความต้องการของเรา จะทำให้การใช้น้ำตาเทียมมีประสิทธิภาพมากกว่า หากเป็นคนนั่งหน้าจอนาน ใส่คอนแทคเลนส์บ่อย สามารถใช้แบบน้ำที่หาซื้อได้ง่าย แต่หากมีอาการเจ็บตารุนแรงควรใช้แบบเจล หรือแบบขี้ผึ้ง แนะนำว่าควรปรึกษาจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อการเลือกใช้งานที่ถูกต้อง น้ำตาเทียมสามารถหยอดบ่อยๆได้ตามต้องการแต่ควรเลือกแบบที่ไม่มีสารกันเสีย และควรรักษาความสะอาดให้ดี สามารถเข้ารับคำปรึกษาปัญหาสายตาและวิธีรักษาได้ที่ร้าน THE NEXT ทุกสาขา

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q : ใช้น้ำตาเทียมทุกวันได้ไหม?
A : ใช้ได้ค่ะ แต่หมออุ๊ยแนะนำว่าควรใช้แบบที่ไม่มีสารกันเสีย และควรหยอดไม่เกินวันละ 4-6 ครั้ง

Q : เด็กใช้น้ำตาเทียมได้ไหม?
A : ใช้ได้ แต่ควรเลือกสูตรอ่อนโยน ไม่มีสารกันเสีย และปรึกษาแพทย์ก่อนใช้

Q : น้ำตาเทียมกับยาหยอดตาเหมือนกันไหม?
A : ไม่เหมือนค่ะ น้ำตาเทียม คือสารหล่อลื่น ทำขึ้นมาเพื่อทดแทนน้ำตาธรรมชาติ แต่ยาหยอดตา เป็นยารักษาโรคต่างๆ ใช้แทนกันไม่ได้ค่ะ

Q : ทำไมหยอดน้ำตาเทียมแล้วมีอาการแสบ
A : อาจเกิดจากสารกันเสียในน้ำตาเทียม แนะนำว่าควรหยุดใช้และปรึกษาแพทย์

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า